ข้อตกลงในการใช้งาน
ข้อกำหนดการใช้งานฉบับนี้ (ต่อไปนี้เรียกว่า “ข้อตกลง”) เป็นสัญญาทางกฎหมายซึ่งทำขึ้นและมีผลผูกพันระหว่าง บริษัท ฮิวแมน เทคโนโลยีส์ (ประเทศไทย) จำกัด (ต่อไปนี้เรียกว่า “บริษัท”) และบุคคลซึ่งตกลงเข้าทำข้อตกลงตามข้อกำหนดการใช้งานฉบับนี้ (ต่อไปนี้เรียกว่า “ผู้ใช้”) เกี่ยวกับบริการที่บริษัทจัดให้ (ต่อไปนี้เรียกว่า “บริการ”)
เนื้อหาของบริการรวมถึงซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์และสื่อที่เกี่ยวข้อง เอกสารที่จัดพิมพ์ (เช่น คู่มือ) เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงซอฟต์แวร์สำหรับการอัปเดตและการเพิ่มเติมฟังก์ชันของบริการที่บริษัทจัดให้
ข้อ 1 เนื้อหาของบริการ
บริการประกอบด้วยบริการย่อยหลายรายการ ในกรณีที่มีการใช้บริการย่อยใด อาจมีการจัดทำข้อกำหนดการใช้งานเฉพาะสำหรับบริการย่อยนั้น (ต่อไปนี้เรียกว่า “ข้อกำหนดการใช้งานเฉพาะ”) แยกต่างหากจากข้อกำหนดการใช้งานฉบับนี้ ในกรณีดังกล่าว ให้ข้อกำหนดการใช้งานเฉพาะมีผลใช้บังคับกับบริษัทและผู้ใช้ในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดการใช้งานฉบับนี้
หากมีข้อกำหนดการใช้งานเฉพาะ ให้ข้อกำหนดการใช้งานเฉพาะมีผลใช้บังคับเหนือกว่าข้อกำหนดการใช้งานฉบับนี้ และในส่วนที่มิได้กำหนดไว้ในข้อกำหนดการใช้งานเฉพาะ ให้ใช้ข้อกำหนดการใช้งานฉบับนี้บังคับ
ข้อ 2 การให้สิทธิ์การใช้งาน
บริษัทให้สิทธิ์แก่ผู้ใช้ในการใช้บริการเป็นการไม่ผูกขาด โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ใช้ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขตามข้อกำหนดการใช้งานฉบับนี้ ผู้ใช้ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดต่อไปนี้ในการใช้สิทธิ์ตามข้อตกลงนี้
(1) การใช้งานที่อนุญาต
- ผู้ใช้สามารถใช้บริการที่บริษัทจัดให้ผ่านระบบเซิร์ฟเวอร์ที่บริษัทกำหนด ภายหลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนการสมัคร ผู้ใช้อาจได้รับรหัสการเข้าถึง/รหัสความปลอดภัยที่ออกโดยบริษัท
- ผู้ใช้สามารถอนุญาตให้พนักงานของผู้ใช้ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน(รวมถึงพนักงานของบริษัทในเครือและพนักงานที่ถูกส่งมาปฏิบัติงานชั่วคราว) ใช้บริการได้
- สิทธิ์ของผู้ใช้ตามข้อกำหนดการใช้งานฉบับนี้เป็นสิทธิ์ที่ไม่ผูกขาด
(2) ข้อจำกัด
- ผู้ใช้ต้องไม่ทำการถอดรหัส แยกส่วน หรือวิศวกรรมย้อนกลับบริการ
- ข้อกำหนดการใช้งานฉบับนี้ไม่อนุญาตให้ผู้ใช้ใช้เครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ หรือทรัพย์สินทางปัญญาอื่นใดที่บริษัทเป็นเจ้าของ
- ผู้ใช้ต้องไม่โอนสิทธิ์การใช้บริการให้แก่บุคคลที่สาม และต้องไม่ให้สิทธิ์ช่วง ให้เช่า ให้เช่าซื้อ ให้ยืม หรือจำหน่ายสิทธิ์การใช้บริการ
- ผู้ใช้ต้องไม่ใช้บริการเพื่อวัตถุประสงค์ในการพัฒนา หรือรวบรวมข้อมูลเพื่อการแข่งขันกับผลิตภัณฑ์หรือบริการของบริษัท
- สิทธิ์ใด ๆ ที่มิได้กำหนดไว้ในข้อกำหนดการใช้งานฉบับนี้ ให้ถือว่าสงวนไว้โดยบริษัท
ข้อ 3 ลิขสิทธิ์
ลิขสิทธิ์ทั้งหมดในเอกสาร และส่วนประกอบต่าง ๆ ของบริการที่ปรากฏในคู่มือหรือเอกสารประกอบอื่น ๆ เช่น ภาพ เว็บเพจ ภาพถ่าย แอนิเมชัน วิดีโอ เสียง ดนตรี และข้อความ ซึ่งถูกรวมอยู่ในบริการ เป็นของบริษัท
บริการได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์ กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญา และอนุสัญญาลิขสิทธิ์สากล ผู้ใช้ต้องไม่ทำสำเนา ดัดแปลง แปล หรือปรับเปลี่ยนบริการ
ข้อ 4 ค่าบริการ
- ผู้ใช้ต้องชำระค่าบริการให้แก่บริษัทตามอัตราที่บริษัทกำหนดแยกต่างหากสำหรับแต่ละบริการ
- ในกรณีที่ผู้ใช้ค้างชำระค่าบริการ ผู้ใช้ต้องชำระค่าปรับกรณีชำระล่าช้าในอัตราร้อยละ 14.6 ต่อปี
- ในกรณีที่ข้อตกลงนี้สิ้นสุดลง บริษัทจะไม่คำนวณค่าบริการตามสัดส่วนของเดือนที่ยกเลิก ผู้ใช้ต้องชำระค่าบริการเต็มจำนวนของเดือนนั้นโดยไม่คำนึงถึงวันที่ยกเลิก
ข้อ 5 บริการสนับสนุน
- บริษัทจะให้บริการสนับสนุนที่เกี่ยวข้องกับบริการผ่านระบบช่วยเหลือออนไลน์แก่ผู้ดูแลระบบที่ผู้ใช้แต่งตั้งเท่านั้น บริการสนับสนุนดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการของบริษัทสามารถดำเนินงานได้อย่างราบรื่น และมิได้มีเจตนาให้บริษัทดำเนินการแทนผู้ใช้ เช่น การตั้งค่าต่าง ๆ หรือการป้อนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบริการ
- ค่าบริการสนับสนุนรวมอยู่ในค่าบริการตามข้อ 4 เว้นแต่เป็นกรณีการใช้บริการสนับสนุนแบบมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมซึ่งจะกำหนดไว้ในสัญญาแยกต่างหาก
- บริษัทอาจใช้ข้อมูลทางเทคนิคที่ได้รับผ่านบริการสนับสนุนเพื่อวัตถุประสงค์ในการสนับสนุนและพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัทจะไม่ใช้ข้อมูลทางเทคนิคดังกล่าวเพื่อวัตถุประสงค์ในการระบุตัวตนผู้ใช้
-
บริษัทอาจตรวจสอบข้อมูลของผู้ใช้ในบริการเท่าที่จำเป็นต่อการให้บริการสนับสนุน
การจัดการข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลลับที่ได้รับจากบริการสนับสนุนให้เป็นไปตามข้อ 6 และข้อ 10 - บริษัทจะพยายามอย่างดีที่สุดในการให้บริการสนับสนุนเพื่อแก้ไขปัญหาการใช้งาน และผู้ใช้ต้องให้ข้อมูลเพื่อช่วยในการแก้ไขปัญหา
-
บริษัทอาจระงับการให้บริการสนับสนุนในกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้ หรือในกรณีที่บริษัทเห็นว่าเข้าข่ายเหมาะสม ได้แก่
- การแสดงออกหรือการกระทำที่ใช้ความรุนแรงหรือเป็นปฏิปักษ์ต่อสังคม
- การแสดงออกหรือการกระทำที่ส่งเสริมหรือสนับสนุนการเลือกปฏิบัติ
- การกระทำที่มีเนื้อหาลามกอนาจาร
- การแสดงออกหรือการกระทำที่ก่อให้เกิดความไม่สบายใจแก่ผู้อื่น
- การสอบถามหรือการร้องขอที่เกินสมควร หรือมากเกินไป และ
- การกระทำอื่นใดที่บริษัทเห็นว่าไม่เหมาะสม
- บริษัทอาจมอบหมายให้บุคคลที่สามดำเนินการให้บริการสนับสนุนทั้งหมดหรือบางส่วนแทนบริษัทได้
ข้อ 6 การจัดการข้อมูลส่วนบุคคล
-
บริษัทจะไม่ใช้ข้อมูลใด ๆ หรือข้อมูลอื่นใดที่ได้รับจากการใช้บริการเกินกว่าขอบเขตที่กฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องอนุญาต (ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562) หรือเกินกว่าขอบเขตวัตถุประสงค์ตามที่กำหนดไว้ดังต่อไปนี้
- เพื่อการให้บริการและการดำเนินงานของบริการ
- เพื่อตรวจสอบการใช้งานและสถานะการดำเนินงานของบริการ
- เพื่อตอบข้อซักถามเกี่ยวกับบริการ
- เพื่อการปรับปรุงและพัฒนาบริการ
- เพื่อการแจ้งข้อมูล ข่าวสาร หรือประกาศที่เกี่ยวข้องกับบริการและบริษัท
- เพื่อการดำเนินการแบบสอบถาม
- เพื่อการเรียกเก็บค่าบริการ ค่าปรับกรณีชำระล่าช้า และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
- เพื่อการประมวลผลข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลหรือผู้ใช้รายใดรายหนึ่งได้ และเพื่อจัดทำข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับการใช้งานบริการ และ
- เพื่อการให้บริการ การบำรุงรักษา การปรับปรุง และการพัฒนาบริการที่เกี่ยวเนื่องกับวัตถุประสงค์ข้างต้น
-
บริษัทจะไม่เปิดเผยหรือให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ใช้ให้ไว้แก่บุคคลที่สาม (สำหรับวัตถุประสงค์ของข้อนี้ “บุคคลที่สาม” หมายถึง บุคคลใด ๆ นอกเหนือจากกรรมการ พนักงาน ทนายความ นักบัญชี และที่ปรึกษาวิชาชีพอื่นของบริษัทหรือบริษัทในเครือซึ่งมีหน้าที่ต้องรักษาความลับตามกฎหมาย) เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้
- การเปิดเผยข้อมูลที่จำเป็นแก่ผู้ให้บริการซึ่งเกี่ยวข้องกับการให้บริการ โดยบริษัทจะจัดให้ผู้ให้บริการดังกล่าวทำข้อตกลงรักษาความลับ
- การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือข้อกำหนดของศาล หน่วยงานสอบสวน หรือหน่วยงานของรัฐอื่น และ
- กรณีที่บริษัทได้รับความยินยอมจากผู้ใช้แล้ว
- บริษัทจะจัดเก็บและรักษาข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ใช้ให้ไว้ภายใต้การบริหารจัดการที่เหมาะสม และจะใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยที่สมเหตุสมผลเพื่อป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต การสูญหาย การทำลาย การแก้ไข หรือการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว
-
ผู้ใช้ตกลงยินยอมให้บริษัทสามารถจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นระยะเวลาหนึ่งภายหลังจากข้อกำหนดการใช้งานฉบับนี้สิ้นสุดลง เพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารจัดการการสำรองข้อมูล
เพื่อให้เข้าใจการใช้งานของบริการ รวมถึงเพื่อการดำเนินงานหรือการปรับปรุงบริการ บริษัทอาจใช้ Google Analytics (ลิงก์เว็บไซต์) และเครื่องมืออื่นใดที่บริษัทเห็นว่าเหมาะสม เพื่อเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล เช่น บันทึกการเข้าถึงระบบ (ซึ่งรวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับหน้าเว็บที่เข้าชม สภาพแวดล้อมในการใช้งาน เป็นต้น) รวมถึงข้อมูลที่ได้รับโดยอัตโนมัติจากเบราว์เซอร์หรือแอปพลิเคชัน เช่น ประวัติการใช้งานเว็บไซต์ที่เชื่อมโยงกับบริการ และคุกกี้
เครื่องมือดังกล่าวอาจเก็บรวบรวมบันทึกการเข้าถึงและข้อมูลอื่น ๆ โดยไม่รวมข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ผ่านการใช้คุกกี้และ Advertising ID (AAID) ที่ให้บริการโดย Google เป็นต้น (ต่อไปนี้เรียกว่า “คุกกี้ เป็นต้น”) ข้อมูลที่เก็บรวบรวมจะถูกจัดการตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของผู้ให้บริการเครื่องมือแต่ละราย ผู้ใช้สามารถศึกษานโยบายความเป็นส่วนตัวและวิธีการปฏิเสธการเก็บข้อมูลได้จากเว็บไซต์ของผู้ให้บริการแต่ละราย บริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่เกิดจากการใช้บริการของผู้ให้บริการเครื่องมือดังกล่าว - บริษัทอาจโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังประเทศญี่ปุ่นและ/หรือประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัท ฮิวแมน เทคโนโลยีส์ จำกัด (บริษัทแม่ของบริษัท) และบริษัท ฮิวแมน เทคโนโลยีส์ สิงคโปร์ จำกัด (บริษัทย่อยของบริษัท ฮิวแมน เทคโนโลยีส์ จำกัด) หรือไปยังประเทศอื่นนอกประเทศไทยตามที่บริษัทกำหนดเป็นการเฉพาะ
- ในกรณีที่ผู้ใช้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัท ผู้ใช้ต้องดำเนินการทุกขั้นตอนที่จำเป็นให้เป็นไปตามกฎหมายที่ใช้บังคับ รวมถึงการได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล เพื่ออนุญาตให้บริษัทและบริษัทในเครือสามารถเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และโอนข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวได้ตามข้อกำหนดการใช้งานฉบับนี้
ข้อ 7 หมายเลขบัตรประชาชน/หนังสือเดินทาง
- ผู้ใช้สามารถใช้บริการเพื่อเก็บรวบรวม จัดเก็บ และบริหารจัดการหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนหรือหมายเลขหนังสือเดินทางได้ โดยต้องเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง และเป็นความรับผิดชอบของผู้ใช้เอง
- บริษัทจะจำกัดการเข้าถึงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่มีหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนหรือหมายเลขหนังสือเดินทาง และจะไม่ดำเนินการจัดการข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวในการให้บริการ
ข้อ 8 การแบ่งปันข้อมูลนิติบุคคล
ในกรณีที่บริษัทเห็นว่ามีความจำเป็นต่อการให้บริการเป็นไปอย่างราบรื่น บริษัทอาจแบ่งปันข้อมูลนิติบุคคลที่ผู้ใช้ให้ไว้แก่ผู้จัดจำหน่าย หรือบุคคลอื่นใดที่มีความสัมพันธ์ทางความร่วมมือกับบริษัท
คำว่า “ข้อมูลนิติบุคคล” หมายถึง ข้อมูลของผู้ใช้ซึ่งเป็นนิติบุคคล และไม่รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลธรรมดา เช่น พนักงานของนิติบุคคลดังกล่าว
ข้อ 9 การจัดเก็บข้อมูล
- ข้อมูลที่ผู้ใช้ให้ไว้หรือข้อมูลที่เกิดขึ้นจากการใช้บริการ จะถูกจัดเก็บและสำรองข้อมูลโดยบริษัท เพื่อให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวได้เป็นระยะเวลา ห้าปี นับแต่วันที่ข้อมูลถูกสร้างขึ้น ทั้งนี้ ผู้ใช้มีหน้าที่ต้องสำรองข้อมูลที่ประสงค์จะเก็บรักษาไว้ภายหลังพ้นระยะเวลาดังกล่าวด้วยตนเอง
- บริษัทจะไม่เปิดเผยหรือเปิดโปงข้อมูลใด ๆ ที่ถูกจัดเก็บหรือสำรองไว้ซึ่งเกี่ยวข้องกับบริการให้แก่บุคคลที่สาม เว้นแต่จะได้รับความยินยอมล่วงหน้าจากผู้ใช้
- บริษัทมีสิทธิ์ใช้ข้อมูล ข้อมูลสารสนเทศ หรือข้อมูลอื่นใดที่ถูกจัดเก็บอยู่ในบริการ เพื่อวัตถุประสงค์ในการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ การเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า และการตลาด โดยอยู่ในลักษณะที่ไม่สามารถระบุตัวตนนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาได้ และบริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่บุคคลที่สามได้
ข้อ 10 การรักษาความลับ
-
ทั้งผู้ใช้และบริษัทตกลงว่าจะไม่เปิดเผยหรือเปิดโปงข้อมูลลับของอีกฝ่ายหนึ่งให้แก่บุคคลที่สาม ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ซึ่งข้อมูลลับดังกล่าวอาจเป็นข้อมูลที่ได้รับทราบอันเนื่องมาจากข้อกำหนดการใช้งานฉบับนี้
เพื่อวัตถุประสงค์ของข้อกำหนดการใช้งานฉบับนี้ คำว่า “ข้อมูลลับ” หมายถึง ข้อมูลทางเทคนิค ข้อมูลทางธุรกิจ หรือข้อมูลอื่นใด ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบที่เป็นเอกสารหรือไม่เป็นเอกสาร ซึ่งฝ่ายหนึ่งได้เปิดเผยให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบในระหว่างการให้บริการ และได้กำหนดหรือระบุไว้เป็นลายลักษณ์อักษรว่าเป็นข้อมูลลับ - ในกรณีที่ข้อมูลลับของอีกฝ่ายหนึ่งรั่วไหลไปยังบุคคลที่สาม อันเนื่องมาจากเหตุใด ๆ ที่สามารถถือได้ว่าเป็นความรับผิดของผู้ใช้หรือบริษัท และส่งผลให้อีกฝ่ายหนึ่งได้รับความเสียหาย ผู้ใช้หรือบริษัทซึ่งเป็นฝ่ายที่ก่อให้เกิดการรั่วไหลดังกล่าวต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นให้อีกฝ่ายหนึ่ง
ข้อ 11 ระยะเวลาของข้อตกลง
ข้อกำหนดการใช้งานฉบับนี้ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ผู้ใช้ยื่นคำขอสมัครใช้บริการ และจะสิ้นสุดลงในวันที่ผู้ใช้แจ้งให้บริษัททราบถึงการยกเลิกบริการ หรือในวันที่บริษัทพิจารณาแล้วเห็นว่ามีเหตุพิเศษอันทำให้ไม่สามารถดำเนินการตามข้อตกลงนี้ต่อไปได้
ข้อ 12 การเลิกสัญญา
-
หากเกิดเหตุใดเหตุหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทมีสิทธิเลิกข้อตกลงนี้ได้ทันทีโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า และบริษัทมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ใช้สำหรับความเสียหายที่บริษัทได้รับ
- ผู้ใช้ฝ่าฝืนข้อกำหนดหรือเงื่อนไขใด ๆ ตามข้อตกลงนี้
- ผู้ใช้ได้รับคำสั่งเพิกถอน ระงับการประกอบธุรกิจ หรือคำสั่งทางปกครองอื่นใดจากหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจ
- ผู้ใช้ตกเป็นบุคคลล้มละลาย หรือหยุดชำระหนี้ หรือถูกลงโทษเนื่องจากการออกเช็คหรือสัญญาใช้เงินที่ไม่สามารถเรียกเก็บได้
- ผู้ใช้ถูกอายัดทรัพย์ ถูกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ถูกบังคับคดี ถูกยื่นคำร้องขอขายทอดตลาดเพื่อบังคับหลักประกัน หรือถูกดำเนินการเนื่องจากการไม่ชำระภาษีหรือค่าธรรมเนียมของรัฐ
- ผู้ใช้ได้รับหนังสือแจ้งหรือคำร้องขอให้เริ่มกระบวนการล้มละลาย การฟื้นฟูกิจการ การปรับโครงสร้างองค์กร หรือการชำระบัญชีพิเศษ
- มีมติของผู้ใช้ให้เลิกกิจการ โอนกิจการ แยกบริษัท หรือควบรวมกิจการ หรือมีการลดทุน เลิกกิจการ หรือเปลี่ยนแปลงประเภทธุรกิจของผู้ใช้
- สถานะทรัพย์สิน ความน่าเชื่อถือ หรือความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ใช้มีการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญ
- ผู้ใช้เข้าถึง แก้ไข หรือทำลายข้อมูลที่จัดเก็บอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือบริษัทเห็นว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดการเข้าถึง แก้ไข หรือทำลายข้อมูลดังกล่าว
- ตรวจพบว่าผู้ใช้เคยถูกเพิกถอนสถานะสมาชิกที่เกี่ยวข้องกับบริการนี้มาก่อน
- บริษัทเห็นโดยสมควรแล้วว่าผู้ใช้ไม่เหมาะสมที่จะเป็นผู้ใช้บริการต่อไป
- ในกรณีที่ผู้ใช้ยื่นคำร้องขอล้มละลาย และผู้จัดการทรัพย์สินในคดีล้มละลายของผู้ใช้ร้องขอให้เปิดเผยข้อมูลของผู้ใช้ ให้ถือว่าสิทธิเรียกร้องทั้งหมด รวมถึงหนี้ที่ถึงกำหนดชำระแล้ว เป็นหนี้ในกองทรัพย์สินของคดีล้มละลาย
ข้อ 13 การปฏิเสธความรับผิด
- บริษัทจะพยายามอย่างถึงที่สุดในการรักษาคุณภาพและการทำงานของบริการ อย่างไรก็ดี บริษัทมิได้ให้การรับประกันทางกฎหมายใด ๆ เกี่ยวกับคุณภาพหรือการทำงานของบริการไม่ว่าด้วยประการใด
- ผู้ใช้มีหน้าที่ในการบริหารจัดการ ดูแลรักษา และใช้รหัสการเข้าถึง/รหัสความปลอดภัยทั้งหมดสำหรับแต่ละสถานประกอบการและแต่ละบุคคลด้วยความรับผิดชอบของผู้ใช้เอง และต้องไม่อนุญาตให้บุคคลที่สามใช้ ยืม โอน เปลี่ยนชื่อ หรือจำหน่ายรหัสดังกล่าว ผู้ใช้ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่เกิดจากการบริหารจัดการรหัสการเข้าถึง/รหัสความปลอดภัยโดยไม่เหมาะสม การใช้งานโดยมิชอบ ความประมาทเลินเล่อ หรือการใช้งานโดยบุคคลที่สาม ทั้งนี้ บริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายดังกล่าว
- ในกรณีที่ผู้ใช้ลืมรหัสการเข้าถึง/รหัสความปลอดภัย และตรวจพบว่ารหัสดังกล่าวถูกขโมยหรือถูกนำไปใช้โดยบุคคลที่สาม ผู้ใช้ต้องแจ้งให้บริษัททราบโดยทันทีและปฏิบัติตามคำแนะนำของบริษัท บริษัทอาจระงับการให้บริการหรือจำกัดการเข้าถึงบริการเมื่อได้รับแจ้งถึงการสูญหายของรหัสการเข้าถึง/รหัสความปลอดภัยหรือปัญหาด้านความปลอดภัย โดยบริษัทไม่ต้องรับผิดใด ๆ
- บริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ไม่ว่ากรณีใดก็ตามที่ผู้ใช้หรือพนักงานของผู้ใช้ได้รับจากการใช้บริการ หากด้วยเหตุใดก็ตาม ข้อจำกัดความรับผิด การปฏิเสธความรับผิด หรือข้อกำหนดอื่นใดในข้อกำหนดการใช้งานฉบับนี้ถูกศาลที่มีอำนาจวินิจฉัยว่าเป็นโมฆะหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย และบริษัทต้องรับผิดชอบต่อความสูญเสียหรือความเสียหายใด ๆ ขอบเขตความรับผิดของบริษัทสำหรับความสูญเสียหรือความเสียหายดังกล่าวจะไม่เกินจำนวนค่าบริการที่บริษัทได้รับจากผู้ใช้ภายในระยะเวลาหกเดือนก่อนวันที่เกิดความเสียหายนั้น
ข้อ 14 การยกเลิกบริการ
- ผู้ใช้สามารถยกเลิกบริการได้ตามวิธีการที่บริษัทกำหนด ทั้งนี้ หากผู้ใช้มีภาระหนี้หรือหน้าที่ในการชำระเงินใด ๆ ค้างชำระแก่บริษัท ให้ภาระหนี้ดังกล่าวถึงกำหนดชำระทันทีเมื่อมีการยกเลิกบริการ และผู้ใช้ต้องชำระเงินทั้งหมดที่ค้างชำระให้แก่บริษัทโดยทันที
- ภายหลังจากการยกเลิกบริการ ผู้ใช้จะไม่สามารถใช้บริการได้อีกต่อไป
- ในกรณีที่ผู้ใช้ยกเลิกบริการ บริษัทมีสิทธิ์ลบรหัสการเข้าถึง (Access ID) ของผู้ใช้ได้
ข้อ 15 การยุติบริการและการลบข้อมูล
ในกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทอาจลบข้อมูลของผู้ใช้ภายหลังจากการยุติบริการ โดยบริษัทไม่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่ผู้ใช้อาจได้รับอันเนื่องมาจากการดำเนินการดังกล่าว
- ในกรณีที่ผู้ใช้ร้องขอให้ยุติบริการ
- ในกรณีที่ผู้ใช้ไม่ชำระค่าบริการ
- ในกรณีที่ไม่มีการเรียกเก็บค่าบริการเป็นระยะเวลาติดต่อกันสามเดือน
ข้อ 16 การระงับการให้บริการ
ในกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทอาจระงับการให้บริการได้ โดยบริษัทไม่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่ผู้ใช้อาจได้รับอันเนื่องมาจากการดำเนินการดังกล่าว
- ในกรณีที่บริษัทดำเนินการบำรุงรักษาสภาพแวดล้อมของระบบ
- ในกรณีที่สภาพแวดล้อมของระบบหรือซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับบริการเกิดความขัดข้อง หรือสภาพแวดล้อมด้านการสื่อสารเสื่อมสภาพ หรือมีแนวโน้มว่าจะเสื่อมสภาพ
- ในกรณีที่มีความเสี่ยงต่อการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต การสูญหาย การทำลาย การปลอมแปลง หรือการรั่วไหลของข้อมูล ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผู้ใช้
- ในกรณีที่การให้บริการจำเป็นต้องถูกระงับเนื่องจากสงคราม การจลาจล ข้อพิพาทแรงงาน หรือเหตุสุดวิสัย
- ในกรณีที่บริษัทเห็นสมควรให้ระงับการให้บริการ
ข้อ 17 การเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม หรือยกเลิกบริการ
บริษัทมีสิทธิ์เปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม หรือยกเลิกบริการใด ๆ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน โดยจะแจ้งให้ผู้ใช้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ การแจ้งล่วงหน้าอาจไม่จำเป็นในกรณีเร่งด่วนหรือกรณีที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่ผู้ใช้อาจได้รับอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม หรือยกเลิกบริการดังกล่าว
ข้อ 18 การไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอิทธิพลหรือกิจกรรมอันเป็นปฏิปักษ์ต่อสังคม
-
ผู้ใช้และบริษัทร่วมกันรับรองและยืนยันว่า ณ วันที่ทำข้อกำหนดการใช้งานฉบับนี้และตลอดระยะเวลาในอนาคต ทั้งผู้ใช้และบริษัท รวมถึงบริษัทแม่ บริษัทย่อย หรือบริษัทย่อยของบริษัทแม่ของแต่ละฝ่าย (ต่อไปนี้เรียกว่า “บริษัทในเครือ”) ตลอดจนกรรมการหรือผู้บริหารของบริษัทในเครือดังกล่าว จะไม่เป็นบุคคลหรือองค์กรใดที่เข้าข่ายเป็นกลุ่มอิทธิพลหรือกิจกรรมอันเป็นปฏิปักษ์ต่อสังคม ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง
(i) แก๊งอาชญากรรม สมาชิกแก๊งอาชญากรรม ผู้เกี่ยวข้องกับแก๊งอาชญากรรม บริษัทที่เกี่ยวข้องกับแก๊งอาชญากรรม นักกรรโชกโดยอ้างองค์กร บริษัทหรือบุคคลที่แอบอ้างการเคลื่อนไหวทางสังคม กลุ่มบุคคลที่ใช้ความรุนแรงโดยมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับบุคคลหรือองค์กรดังกล่าว และ
(ii) บุคคลใด ๆ ที่กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ได้แก่ การเรียกร้องโดยใช้ความรุนแรง การเรียกร้องที่ไม่เป็นธรรมซึ่งเกินกว่าความรับผิดตามกฎหมาย การข่มขู่หรือใช้ความรุนแรงในการทำธุรกรรม การกระทำที่บั่นทอนความน่าเชื่อถือของอีกฝ่ายโดยการปล่อยข่าวลือ การใช้กลอุบายหรือกำลัง หรือการขัดขวางการประกอบธุรกิจของอีกฝ่าย รวมถึงการกระทำอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน - โดยไม่คำนึงถึงบทบัญญัติในวรรคหนึ่งของข้อนี้ ในกรณีที่ปรากฏว่าการรับรองและการยืนยันของอีกฝ่ายตามวรรคหนึ่งของข้อนี้มีความผิดพลาดหรือไม่ถูกต้อง ผู้ใช้และบริษัทมีสิทธิเลิกข้อกำหนดการใช้งานฉบับนี้ได้ทันทีโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า หรือดำเนินการตามขั้นตอนอื่นใดต่ออีกฝ่ายหนึ่ง
ข้อ 19 การแก้ไขข้อกำหนดการใช้งาน
บริษัทมีสิทธิแก้ไขข้อกำหนดการใช้งานฉบับนี้ได้ตามดุลพินิจของบริษัท ในกรณีที่มีการแก้ไขข้อกำหนดการใช้งานฉบับนี้ บริษัทจะแจ้งให้ผู้ใช้ทราบถึงการแก้ไขดังกล่าวในวิธีการที่บริษัทเห็นว่าเหมาะสม ทั้งนี้ หากภายหลังจากการแจ้งการแก้ไขดังกล่าว ผู้ใช้ยังคงใช้บริการต่อไป หรือไม่ดำเนินการยกเลิกบริการภายในระยะเวลาที่บริษัทกำหนด ให้ถือว่าผู้ใช้ได้ให้ความยินยอมต่อการแก้ไขข้อกำหนดการใช้งานฉบับนี้แล้ว
ข้อ 20 กฎหมายที่ใช้บังคับและเขตอำนาจศาล
ข้อกำหนดการใช้งานฉบับนี้ให้ใช้บังคับและตีความตามกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย ข้อพิพาทใด ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างผู้ใช้และบริษัทอันเกี่ยวเนื่องกับข้อกำหนดการใช้งานฉบับนี้ ให้อยู่ในเขตอำนาจศาลไทยแต่เพียงผู้เดียว
ทั้งนี้ โดยไม่จำกัดบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้น ผู้ใช้ตกลงยินยอมเพื่อประโยชน์ของบริษัทแต่เพียงฝ่ายเดียวว่า บริษัทมีสิทธิในการเริ่มต้นและดำเนินการทางกฎหมายหรือกระบวนพิจารณาใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทอันเกิดจากหรือเกี่ยวเนื่องกับข้อกำหนดการใช้งานฉบับนี้ต่อศาลใด ๆ ที่มีเขตอำนาจได้ และการดำเนินการทางกฎหมายหรือกระบวนพิจารณาในศาลแห่งหนึ่งหรือหลายแห่ง ไม่เป็นการตัดสิทธิของบริษัทในการดำเนินการทางกฎหมายหรือกระบวนพิจารณาในศาลแห่งอื่น ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการพร้อมกันหรือไม่ก็ตาม
ผู้ใช้ตกลงสละสิทธิในการคัดค้านใด ๆ ที่อาจมีต่อการดำเนินคดีหรือกระบวนพิจารณาในศาลใด ๆ โดยอ้างเหตุเรื่องศาลไม่เหมาะสมหรือสถานที่พิจารณาคดีไม่สะดวก
ข้อ 21 เรื่องที่มิได้กำหนดไว้
กรณีที่มีเรื่องใดมิได้กำหนดไว้ในข้อกำหนดการใช้งานฉบับนี้ ให้ผู้ใช้และบริษัทเจรจาตกลงกันด้วยความสุจริต ตามกฎหมายและข้อบังคับของประเทศไทย หลักความสุจริต และจารีตประเพณี
ข้อ 22 บทที่ยังมีผลบังคับ
แม้ข้อกำหนดการใช้งานฉบับนี้จะสิ้นสุดลงแล้ว ให้ข้อ 2 วรรค (2), ข้อ 3, ข้อ 6 วรรค (2), ข้อ 10, ข้อ 13, ข้อ 20 และข้อ 21 ยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไป